วันอังคารที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2558

                                        
คำพ่อสอน : ขอให้ทุกคนมีพลานามัยแข็งแรง มีจิตใจเข้มแข็ง

     “เพื่อความเจริญก้าวหน้า ความสุขใจสุขกายตลอดไปชั่วกาลนาน”

     ...ขอให้ทุกคนมีพลานามัยแข็งแรง มีจิตใจเข้มแข็ง และมีความเจริญรุ่งเรืองทั้งในหน้าที่การงานที่ดีและในส่วนตัว เพื่อจะได้มีความเจริญก้าวหน้ามีความสุขใจสุขกายตลอดไปชั่วกาลนาน...

     ...ส่วนรวมจะได้เป็นปึกแผ่น เราจะได้อยู่ในสังคมที่เรียบร้อย อยู่ในประเทศที่มั่นคงที่มีความก้าวหน้า ขอให้ทุกคนประสบแต่โชคดี มีความสุขความเจริญ ความก้าวหน้าและมีความสุขทั่วกัน...

ที่มา : 
พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หนังสือคำพ่อสอน ในโครงการตามรอยเบื้องพระยุคลบาทด้วยความรักและความดี 60 ปี 60 ล้านความดีถวายในหลวง น้อมเกล้าถวายในหลวง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

คำพ่อสอน : ประเทศไทยเราอยู่อย่างพอมีพอกิน

     “ไม่ใช่อย่างทุกคนอยู่มีบ้านหรูหรา และร่ำรวยกันทุกคน”

     ...เราประเทศไทยถ้าสามัคคีกันดี ช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางที่มีเหตุผล เราเองจะเป็นที่ตั้งของความมั่นคงผาสุกของราษฎรที่เป็นประชากรแห่งประเทศนี้ เป็นตัวอย่างแก่มวลมนุษย์ มวลมนุษย์ก็มนุษย์ชาตินี้เอง และประเทศอื่นก็อาจเอาอย่างบ้าง ก็เกิดความไม่เบียดเบียนขึ้น...

     ...ความอยู่ในโลกนี้อย่างสบาย พอสมควร คือไม่ใช่หรูหรา ประเทศไทยเราจะอยู่ไม่ใช่อย่างทุกคนอยู่มีบ้านหรูหรากันทุกคน และร่ำรวยกันทุกคนแต่ว่าทุกคนก็พอมีพอกิน...

     ...ผู้ที่มีความอยู่ดีกินดีนั้นย่อมสามารถป้องกันเหตุร้ายต่างๆ ได้ ทั้งในยามปกติ ทั้งในยามคับขัน เพราะว่าผู้ที่มีชีวิตที่ดี มีอาหารพอเพียง มีฐานะมั่นคง ย่อมมีจิตใจแข็งแรง และทำให้ร่างกายแข็งแรง ทำให้เกิดความเข้าใจในความมั่นคง คือการรักษาความปลอดภัยของประเทศ และหวงแหนแผ่นดินของตัว...

     ...ประเทศไทยเราอาจไม่เป็นประเทศที่รุ่งเรืองที่สุดในโลก หรือรวยที่สุดในโลก หรือฟู่ฟ่าที่สุดในโลก แต่ก็ขอให้เมืองไทยเป็นประเทศที่มีความมั่นคงมีความสงบได้ เพราะว่าในโลกนี้หายากแล้ว เราทำเป็นประเทศที่สงบประเทศที่มีคนที่ช่วยเหลือซึ่งกันและกันจริงๆ เราจะเป็นที่หนึ่งในโลกในข้อนี้...

     ...แล้วรู้สึกว่าที่หนึ่งในโลกในข้อนี้จะดีกว่าผู้อื่น จะดีกว่าคนที่รวยที่สุดในโลก จะดีกว่าคนที่เก่งในทางอะไรก็ตามที่สุดในโลก. ถ้าเรามีความสงบ แล้วมีความสบายความมั่นคงที่สุดในโลกนั้น รู้สึกจะไม่มีใครสู้เราได้...

ที่มา : 
พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หนังสือคำพ่อสอน ในโครงการตามรอยเบื้องพระยุคลบาทด้วยความรักและความดี 60 ปี 60 ล้านความดีถวายในหลวง น้อมเกล้าถวายในหลวง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

คำพ่อสอน : ประเทศจะอยู่ได้ เพราะเราสร้างความดี

     “ความดีสร้างกำลังใจ เป็นเหมือนการฉีดยาป้องกันโรค”

     ...เราต้องทำในสิ่งที่ดีที่ชอบตลอดไปเป็นเวลานานอาจน่าเบื่อ แต่แม้กระนั้นอย่างเพิ่งท้อใจ แม้กระนั้น บางทีเราทำตลอดชีวิตแล้วก็ยังไม่พอ แต่ทำไมเมืองไทยอยู่ได้ก็เพราะว่าบรรพบุรุษของเราทำมาเป็นแรมปีเป็นร้อยๆ ปีทำมาด้วยความสุจริตใจ…

     ...ประเทศไทยนี่ทำไมอยู่ได้ ก็เพราะพวกเราทุกคน ถ้าเราสร้างความดีคือทำปฏิบัติในสิ่งที่บริสุทธิ์ใจที่สุจริต ที่ตั้งใจดีมันอาจมีผิดพลาดบ้าง แต่ว่าไม่ได้ตั้งใจผิดพลาด...

     ...ตั้งใจทำดี ก็เป็นการสร้างกำลังของบ้านเมือง ทำให้เป็นเหมือนฉีดยาป้องกันโรค ซึ่งถ้าเราฉีดยาป้องกันโรควันนี้ พรุ่งนี้ไม่ใช่ไม่ได้ผล หมอก็ทราบดี ถ้าเราฉีดยา ต้องได้ครบโดสถึงจะป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้...

     ...การป้องกันให้ครบโดส เราต้องทำในสิ่งที่ดีที่ชอบตลอดไปเป็นเวลานานอาจน่าเบื่อ แต่แม้กระนั้นอย่างเพิ่งท้อใจ แม้กระนั้น บางทีเราทำตลอดชีวิตแล้ว ก็ยังไม่พอ...

     ...แต่ทำไมเมืองไทยอยู่ได้ ก็เพราะว่าบรรพบุรุษของเราทำมาเป็นแรมปีเป็นร้อยๆ ปีทำมาด้วยความสุจริตใจ...

ที่มา : 
พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หนังสือคำพ่อสอน ในโครงการตามรอยเบื้องพระยุคลบาทด้วยความรักและความดี 60 ปี 60 ล้านความดีถวายในหลวง น้อมเกล้าถวายในหลวง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

คำพ่อสอน : เราต้องรู้จักใช้ทรัพยากรอย่างฉลาด

     “ไม่นำมาใช้อย่างสิ้นเปลืองไร้ประโยชน์หรือได้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า”

     ...ทุกวันนี้ประเทศไทยยังมีทรัพยากรพร้อมมูล ทั้งทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรบุคคล ซึ่งเราสามารถนำมาใช้เสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์และเสถียรภาพอันถาวรของบ้านเมืองได้เป็นอย่างดี...

     ...ข้อสำคัญเราต้องรู้จักใช้ทรัพยากรทั้งนั้นอย่างฉลาด คือไม่นำมาทุ่มเทใช้ให้สิ้นเปลืองไปโดยไร้ประโยชน์หรือได้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า หากแต่ระมัดระวังใช้ด้วยความประหยัดรอบคอบประกอบด้วยความคิดพิจารณาตามหลักวิชา เหตุผล และความถูกต้องเหมาะสมโดยมุ่งถึงประโยชน์แท้จริงที่เกิดแก่ประเทศชาติ ทั้งในปัจจุบันและอนาคตอันยืนยาว...

     ...การที่ดัดแปลงธรรมชาติหรือสภาพของธรรมชาติมาใช้เพื่อประโยชน์ของบุคคลนั้นก็ต้องระมัดระวังมากที่จะไม่ให้เกิดความเสียหาย และการที่จะทำให้เกิดประโยชน์ได้ แต่คนก็จะต้องช่วยกันควบคุมสิ่งที่จะเสียหาย สิ่งที่จะเสียหายก็จะหมดไป...

     ...การเผาเชื้อเพลิง เช่น ถ่าน ถ่านหิน น้ำมัน เชื้อเพลิง อะไรๆ ต่างๆ เหล่านี้ทั้งหมดทำให้คาร์บอนขึ้นไปในอากาศจำนวน ๕ พันล้านตันต่อปี แล้วก็ยังมีการเผาทำลายป่าอีก ๑.๕ พันล้านตัน รวมแล้ว เป็น ๖.๕ พันล้านตัน ถ้าขึ้นๆ ไปอย่างนี้ ก็เท่ากับเกือบสิบเปอร์เซนต์ ของจำนวนที่มีอยู่แล้วในอากาศ ถ้าไม่มีอะไรที่จะทำให้จำนวนของสารนี้ในอากาศลดลง ก็จะทำให้สารนี้กลายเป็นเหมือนตู้กระจกครอบ ทำให้โลกนี้ร้อนขึ้น...

     ...การนำหลักวิชาและเทคโนโลยีใดๆ มาใช้ในงานเกษตรกรรม จึงต้องพยายามระมัดระวังไม่ให้เป็นการทำลายธรรมชาติ เพราะจะมีผลกระทบเสียหายแก่การดำรงชีวิตของมนุษย์โดยตรง ทั้งในปัจจุบันและอนาคต...

ที่มา : 
พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หนังสือคำพ่อสอน ในโครงการตามรอยเบื้องพระยุคลบาทด้วยความรักและความดี 60 ปี 60 ล้านความดีถวายในหลวง น้อมเกล้าถวายในหลวง

วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

                                                                  คำสอนพ่อ


คำพ่อสอน : ขอให้ทุกคนมีพลานามัยแข็งแรง มีจิตใจเข้มแข็ง

     “เพื่อความเจริญก้าวหน้า ความสุขใจสุขกายตลอดไปชั่วกาลนาน”

     ...ขอให้ทุกคนมีพลานามัยแข็งแรง มีจิตใจเข้มแข็ง และมีความเจริญรุ่งเรืองทั้งในหน้าที่การงานที่ดีและในส่วนตัว เพื่อจะได้มีความเจริญก้าวหน้ามีความสุขใจสุขกายตลอดไปชั่วกาลนาน...

     ...ส่วนรวมจะได้เป็นปึกแผ่น เราจะได้อยู่ในสังคมที่เรียบร้อย อยู่ในประเทศที่มั่นคงที่มีความก้าวหน้า ขอให้ทุกคนประสบแต่โชคดี มีความสุขความเจริญ ความก้าวหน้าและมีความสุขทั่วกัน...

ที่มา : 
พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หนังสือคำพ่อสอน ในโครงการตามรอยเบื้องพระยุคลบาทด้วยความรักและความดี 60 ปี 60 ล้านความดีถวายในหลวง น้อมเกล้าถวายในหลวง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

คำพ่อสอน : ประเทศไทยเราอยู่อย่างพอมีพอกิน

     “ไม่ใช่อย่างทุกคนอยู่มีบ้านหรูหรา และร่ำรวยกันทุกคน”

     ...เราประเทศไทยถ้าสามัคคีกันดี ช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางที่มีเหตุผล เราเองจะเป็นที่ตั้งของความมั่นคงผาสุกของราษฎรที่เป็นประชากรแห่งประเทศนี้ เป็นตัวอย่างแก่มวลมนุษย์ มวลมนุษย์ก็มนุษย์ชาตินี้เอง และประเทศอื่นก็อาจเอาอย่างบ้าง ก็เกิดความไม่เบียดเบียนขึ้น...

     ...ความอยู่ในโลกนี้อย่างสบาย พอสมควร คือไม่ใช่หรูหรา ประเทศไทยเราจะอยู่ไม่ใช่อย่างทุกคนอยู่มีบ้านหรูหรากันทุกคน และร่ำรวยกันทุกคนแต่ว่าทุกคนก็พอมีพอกิน...

     ...ผู้ที่มีความอยู่ดีกินดีนั้นย่อมสามารถป้องกันเหตุร้ายต่างๆ ได้ ทั้งในยามปกติ ทั้งในยามคับขัน เพราะว่าผู้ที่มีชีวิตที่ดี มีอาหารพอเพียง มีฐานะมั่นคง ย่อมมีจิตใจแข็งแรง และทำให้ร่างกายแข็งแรง ทำให้เกิดความเข้าใจในความมั่นคง คือการรักษาความปลอดภัยของประเทศ และหวงแหนแผ่นดินของตัว...

     ...ประเทศไทยเราอาจไม่เป็นประเทศที่รุ่งเรืองที่สุดในโลก หรือรวยที่สุดในโลก หรือฟู่ฟ่าที่สุดในโลก แต่ก็ขอให้เมืองไทยเป็นประเทศที่มีความมั่นคงมีความสงบได้ เพราะว่าในโลกนี้หายากแล้ว เราทำเป็นประเทศที่สงบประเทศที่มีคนที่ช่วยเหลือซึ่งกันและกันจริงๆ เราจะเป็นที่หนึ่งในโลกในข้อนี้...

     ...แล้วรู้สึกว่าที่หนึ่งในโลกในข้อนี้จะดีกว่าผู้อื่น จะดีกว่าคนที่รวยที่สุดในโลก จะดีกว่าคนที่เก่งในทางอะไรก็ตามที่สุดในโลก. ถ้าเรามีความสงบ แล้วมีความสบายความมั่นคงที่สุดในโลกนั้น รู้สึกจะไม่มีใครสู้เราได้...

ที่มา : 
พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หนังสือคำพ่อสอน ในโครงการตามรอยเบื้องพระยุคลบาทด้วยความรักและความดี 60 ปี 60 ล้านความดีถวายในหลวง น้อมเกล้าถวายในหลวง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

คำพ่อสอน : ประเทศจะอยู่ได้ เพราะเราสร้างความดี

     “ความดีสร้างกำลังใจ เป็นเหมือนการฉีดยาป้องกันโรค”

     ...เราต้องทำในสิ่งที่ดีที่ชอบตลอดไปเป็นเวลานานอาจน่าเบื่อ แต่แม้กระนั้นอย่างเพิ่งท้อใจ แม้กระนั้น บางทีเราทำตลอดชีวิตแล้วก็ยังไม่พอ แต่ทำไมเมืองไทยอยู่ได้ก็เพราะว่าบรรพบุรุษของเราทำมาเป็นแรมปีเป็นร้อยๆ ปีทำมาด้วยความสุจริตใจ…

     ...ประเทศไทยนี่ทำไมอยู่ได้ ก็เพราะพวกเราทุกคน ถ้าเราสร้างความดีคือทำปฏิบัติในสิ่งที่บริสุทธิ์ใจที่สุจริต ที่ตั้งใจดีมันอาจมีผิดพลาดบ้าง แต่ว่าไม่ได้ตั้งใจผิดพลาด...

     ...ตั้งใจทำดี ก็เป็นการสร้างกำลังของบ้านเมือง ทำให้เป็นเหมือนฉีดยาป้องกันโรค ซึ่งถ้าเราฉีดยาป้องกันโรควันนี้ พรุ่งนี้ไม่ใช่ไม่ได้ผล หมอก็ทราบดี ถ้าเราฉีดยา ต้องได้ครบโดสถึงจะป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้...

     ...การป้องกันให้ครบโดส เราต้องทำในสิ่งที่ดีที่ชอบตลอดไปเป็นเวลานานอาจน่าเบื่อ แต่แม้กระนั้นอย่างเพิ่งท้อใจ แม้กระนั้น บางทีเราทำตลอดชีวิตแล้ว ก็ยังไม่พอ...

     ...แต่ทำไมเมืองไทยอยู่ได้ ก็เพราะว่าบรรพบุรุษของเราทำมาเป็นแรมปีเป็นร้อยๆ ปีทำมาด้วยความสุจริตใจ...

ที่มา : 
พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หนังสือคำพ่อสอน ในโครงการตามรอยเบื้องพระยุคลบาทด้วยความรักและความดี 60 ปี 60 ล้านความดีถวายในหลวง น้อมเกล้าถวายในหลวง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

คำพ่อสอน : เราต้องรู้จักใช้ทรัพยากรอย่างฉลาด

     “ไม่นำมาใช้อย่างสิ้นเปลืองไร้ประโยชน์หรือได้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า”

     ...ทุกวันนี้ประเทศไทยยังมีทรัพยากรพร้อมมูล ทั้งทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรบุคคล ซึ่งเราสามารถนำมาใช้เสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์และเสถียรภาพอันถาวรของบ้านเมืองได้เป็นอย่างดี...

     ...ข้อสำคัญเราต้องรู้จักใช้ทรัพยากรทั้งนั้นอย่างฉลาด คือไม่นำมาทุ่มเทใช้ให้สิ้นเปลืองไปโดยไร้ประโยชน์หรือได้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า หากแต่ระมัดระวังใช้ด้วยความประหยัดรอบคอบประกอบด้วยความคิดพิจารณาตามหลักวิชา เหตุผล และความถูกต้องเหมาะสมโดยมุ่งถึงประโยชน์แท้จริงที่เกิดแก่ประเทศชาติ ทั้งในปัจจุบันและอนาคตอันยืนยาว...

     ...การที่ดัดแปลงธรรมชาติหรือสภาพของธรรมชาติมาใช้เพื่อประโยชน์ของบุคคลนั้นก็ต้องระมัดระวังมากที่จะไม่ให้เกิดความเสียหาย และการที่จะทำให้เกิดประโยชน์ได้ แต่คนก็จะต้องช่วยกันควบคุมสิ่งที่จะเสียหาย สิ่งที่จะเสียหายก็จะหมดไป...

     ...การเผาเชื้อเพลิง เช่น ถ่าน ถ่านหิน น้ำมัน เชื้อเพลิง อะไรๆ ต่างๆ เหล่านี้ทั้งหมดทำให้คาร์บอนขึ้นไปในอากาศจำนวน ๕ พันล้านตันต่อปี แล้วก็ยังมีการเผาทำลายป่าอีก ๑.๕ พันล้านตัน รวมแล้ว เป็น ๖.๕ พันล้านตัน ถ้าขึ้นๆ ไปอย่างนี้ ก็เท่ากับเกือบสิบเปอร์เซนต์ ของจำนวนที่มีอยู่แล้วในอากาศ ถ้าไม่มีอะไรที่จะทำให้จำนวนของสารนี้ในอากาศลดลง ก็จะทำให้สารนี้กลายเป็นเหมือนตู้กระจกครอบ ทำให้โลกนี้ร้อนขึ้น...

     ...การนำหลักวิชาและเทคโนโลยีใดๆ มาใช้ในงานเกษตรกรรม จึงต้องพยายามระมัดระวังไม่ให้เป็นการทำลายธรรมชาติ เพราะจะมีผลกระทบเสียหายแก่การดำรงชีวิตของมนุษย์โดยตรง ทั้งในปัจจุบันและอนาคต...

ที่มา : 
พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หนังสือคำพ่อสอน ในโครงการตามรอยเบื้องพระยุคลบาทด้วยความรักและความดี 60 ปี 60 ล้านความดีถวายในหลวง น้อมเกล้าถวายในหลวง 

วันพุธที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2557

รัฐธรรมนูญฉบับที่18 ฉบับ


รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 เป็นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับที่ 18 ซึ่งจัดร่างโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ในระหว่าง พ.ศ. 2549–2550 ภายหลังการรัฐประหารในประเทศโดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อคณะเป็น คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ปีเดียวกัน ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงลงพระปรมาภิไธยเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2550 ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน กรุงเทพมหานคร มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่ม 124 ตอนที่ 47 ก หน้า 1 ในวันเดียวกันนั้น และมีผลใช้บังคับเป็นกฎหมายทันที แทนที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2549
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับนี้เป็นกฎหมายไทยฉบับแรกที่เมื่อร่างเสร็จและได้รับความเห็นชอบจากฝ่ายนิติบัญญัติแล้ว ได้เผยแพร่ให้ประชาชนทราบ และจัดให้มีการลงประชามติเพื่อขอความเห็นชอบ ณ วันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2550 ผลปรากฏว่าผู้มาลงประชามติร้อยละ 57.81 เห็นชอบ และร้อยละ 42.19 ไม่เห็นชอบ ประธาน สนช. จึงนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระมหากษัตริย์ให้ทรงลงพระปรมาภิไธย

เนื่องจากความผันผวนทางการเมืองภายในประเทศ การร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงดำเนินไปบนความร้อนแรงทางการเมือง มีการเผชิญหน้าระหว่างฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ กับทั้งมีการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับขั้นตอนการร่าง เช่น ประชาชนไม่มีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง และคมช. ผูกขาดการสรรหาสมาชิก สสร. รวมถึงเกี่ยวกับเนื้อหาสาระของร่าง เช่น ให้สมาชิกวุฒิสภาเกือบกึ่งหนึ่มาจากการแต่งตั้ง และให้นิรโทษกรรม คมช. เองที่ก่อรัฐประหาร
รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้รับการแก้ไขเพิ่มเติมสองครั้งในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2554 ประเด็นที่แก้ไข คือ ระบบการเลือกตั้ง (แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 1 มาตรา 93-98) และหลักเกณฑ์ในการทำสนธิสัญญา (แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 มาตรา 190)
วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติให้รัฐธรรมนูญนี้สิ้นสุดลง ยกเว้นหมวด 2 พระมหากษัตริย์[1] และสิ้นสุดลงทุกมาตราเมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติเป็นผู้ร่าง

วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2557

จิตสำนึกทางจิตวิญญาณ

 
จากดูกลอนสอนใจได้ข้อคิด ดังนี้
 
 
 
 
 
 
1. การเลือกคบเพื่อน
 
       2. การปฎิบัติตนในสังคม
 
3.รู้จักการเอาตัวรอด
 
     4.รักตัวเองให้มากที่สุด
 
5.ไม่เหลวไหล

วันพุธที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ประวัติธงชาติไทย

 
http://youtu.be/-HIp1axINuohttp://youtu.be/-HIp1axINuo



 

รัฐประหาร22พฤษภาคม2557

 
 
เหตุการณ์รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2557 เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เวลา 16.30 น. คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. โดยมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เป็นหัวหน้าคณะ นับเป็นการรัฐประหารครั้งที่ 13 ในประวัติศาสตร์ไทย
โดยก่อนเกิดรัฐประหารสองวัน พลเอก ประยุทธ์ ประกาศกฎอัยการศึก ตั้งแต่เวลา 03:00 นาฬิกา ด้วยการอาศัยอำนาจตามกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 ต่อมากองทัพบกได้ออกประกาศยุติการดำเนินการของศูนย์อำนายการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) และจัดตั้ง กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส.) ขึ้นแทนโดยมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ผอ.รส.)
สรุปเหตุการณ์ระทึก 20-22 พ.ค. รัฐประหาร พ.ศ. 2557
20 พ.ค.
03:00 น. - กองกำลังทหารพร้อมอาวุธครบมือ เข้าควบคุมช่องโทรทัศน์ทั้งภาคพื้นดินและผ่านดาวเทียมหลายช่อง โดยร้องขอให้เชื่อมสัญญาณออกอากาศ จากสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5
04:00 น. - สื่อสังคมออนไลน์ เริ่มมีการเผยแพร่คำสั่ง ประกาศกฎอัยการศึก และประกาศจัดตั้ง กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส.)
06:30 น. - ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะ ผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ออกประกาศใช้กฎอัยการศึก ทั่วราชอาณาจักร ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย
08:25 น. - คำสั่งฉบับที่ 1 กอ.รส. เรื่องการถ่ายทอดการออกอากาศของสถานีวิทยุกระจายเสียง สถานีวิทยุโทรทัศน์ และ สถานีวิทยุชุมชน ให้สื่อวิทยุและโทรทัศน์ทั้งหมด รับสัญญาณถ่ายทอด แถลงการณ์จากกองทัพบก ทุกครั้งที่ได้รับการประสาน
08:40 น. - คำสั่งฉบับที่ 2 กอ.รส. ให้ผู้ชุมนุมทางการเมืองอยู่ในพื้นที่เดิม โดย กปปส. ให้อยู่ที่ถนนราชดำเนิน เขตพระนคร และถนนแจ้งวัฒนะ ช่วงหน้าศูนย์ราชการฯ เขตหลักสี่ ส่วน นปช. ให้อยู่ที่ถนนอักษะ เขตทวีวัฒนา
09:50 น. - คำสั่งฉบับที่ 3 กอ.รส. ห้ามสื่อข่าวที่กระทบต่อการรักษาความสงบ
10:35 น. - คำสั่งฉบับที่ 4 กอ.รส. ขอเรียนเชิญบุคคลสำคัญเข้าร่วมประชุม เพื่อให้การแก้ไขปัญหาความไม่สงบเรียบร้อยเป็นไปด้วยความสงบสันติ ปราศจากการสุญเสีย ทั้งชีวิตและทรัพย์สินประชาชน กอ.รส.จึงขอเรียนเชิญบุคคลสำคัญเข้าร่วมประชุม
11:05 น. - คำสั่งฉบับที่ 5 กอ.รส. แต่งตั้งคณะที่ปรึกษา กอ.รส.
12:35 น. - คำสั่งฉบับที่ 6 กอ.รส. สั่งให้โทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ระงับการออกอากาศจำนวน 10 ช่อง รวมถึงวิทยุชุมชนที่ไม่ได้รับอนุญาต 1.สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม เอ็มวี 5 2.สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม ดีเอ็นเอ็น 3.สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมยูดีดี 4.สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเอเชียอัพเดท 5.สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม พีแอนด์พี 6.สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมโฟว์ชาแนล 7.สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมบลูสกาย8.สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเอฟเอ็มทีวี9.สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมทีนิวส์ 10.สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม เอเอสทีวี 11.สถานีวิทยุชุมชนที่ไม่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งกฎหมายตามกำหนดตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
14:00 น. - เริ่มประชุมตามคำสั่งฉบับที่ 4 ที่สโมสรทหารบก สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ปฏิเสธไม่เข้าร่วมประชุม
19:34 น. - คำสั่งฉบับที่ 8 กอ.รส. ขอความร่วมมือสื่อสังคมออนไลน์ ระงับส่งข้อความปลุกระดม สร้างความรุนแรง ไม่เคารพกฎหมาย
19:45 น. - คำสั่งฉบับที่ 7 กอ.รส. สั่งให้โทรทัศน์ดาวเทียม ระงับการออกอากาศเพิ่มเติมอีก 4 ช่อง
20:09 น. - คำสั่งฉบับที่ 9 กอ.รส. สั่งห้ามสื่อทุกแขนง เชิญผู้ไม่มีตำแหน่งราชการ แสดงความเห็นก่อความขัดแย้ง พร้อมสั่งให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรจังหวัด เข้าระงับการชุมนุมต่อต้าน การปฏิบัติงานของ กอ.รส.
20:49 น. - คำสั่งฉบับที่ 10 สั่งห้ามข้าราชการ เจ้าหน้าที่พลเรือน ประชาชน พกพา ใช้อาวุธสงครามและวัตถุระเบิด เว้นทหารตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยตามคำสั่ง

วันที่ 21 พฤษภาคม 2557
ในช่วงบ่ายมีประกาศ กอ.รส. ฉบับที่ 7/2557 เรียกตัวแทนจาก 7 ฝ่ายเข้าร่วมประชุมที่สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดี รังสิต
ผู้แทนรัฐบาล ประกอบด้วย
รักษาการณ์นายกรัฐมนตรี และผู้ติดตาม 4 ท่าน
ผู้แทนวุฒิสภา ประกอบด้วย รองประธานวุฒิสภาท่านที่ 1 พร้อมคณะอีก 4 ท่าน
คณะกรรมการการเลือกตั้ง ทั้ง 5 ท่าน
ผู้แทนพรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรค และผู้ติดตาม 4 ท่าน
ผู้แทนพรรคประชาธิปัตย์ ประกอบด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และผู้ติดตาม 4 ท่าน
ผู้แทนคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ประกอบด้วย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. พร้อมคณะอีก 4 ท่าน
ผู้แทนแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ประกอบด้วย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. และคณะอีก 4 ท่าน
โดยประชุมเป็นไปอย่างเคร่งเครียดตั้งแต่เวลา 13.30 น. จน พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจให้มาประชุมกันใหม่ในวันพรุ่งนี้เวลา 14.00 น.เพื่อหาทางออกของประเทศร่วมกัน ภายหลังรัฐมนตรีรักษาการได้ออกมาเผยว่าท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ในที่ประชุมดูแปลกไป แต่ตนเชื่อว่าพล.อ.ประยุทธคงไม่คิดจะทำการรัฐประหารแน่นอน
วันที่ 22 พฤษภาคม 2557
14:00 น. - ประชุมร่วม 7 ฝ่าย ครั้งที่ 2 โดยมี ผบ.ทบ. เป็นประธานในที่ประชุมระหว่างการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ ได้เปิดโอกาสให้แต่ละฝ่ายได้เสนอแนวทางที่เห็นว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดของประเทศ โดยได้สอบถาม นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม ในฐานะหัวหน้าคณะฝ่ายรัฐบาล ว่าตกลงรัฐบาลยืนยันไม่ลาออกทั้งรายบุคคลและทั้งคณะใช้หรือไม่ ซึ่งนายชัยเกษมระบุว่านาทีนี้ไม่ลาออกและต้องการดำเนินการต่อจนกว่าจะครบวาระตามกฎหมาย พล.อ.ประยุทธ์ จึงตอบกลับว่าจะยึดอำนาจการปกครอง และเมื่อสิ้นสุดเสียง เจ้าหน้าที่ทหารกว่าหลายร้อยนายได้เข้ามาชาร์จผู้ประชุมทั้ง 7 ฝ่ายและพาขึ้นรถออกไปทันที โดยไม่ทราบจุดหมายปลายทาง
16:30 น. - พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศตั้ง "คณะรักษาความสงบแห่งชาติ" (อังกฤษ: National Peace and Order Maintaining Council อักษรย่อ: คสช.) เข้ามายึดอำนาจรัฐบาลรักษาการณ์ในทันที รวมถึงให้กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส.) สิ้นสุดอำนาจทันทีเช่นกัน แต่ทั้งนี้คำสั่งต่างๆ ยังคงมีผลต่อเนื่องอยู่
18:00 น. - คณะรักษาความสงบแห่งชาติประกาศใช้พระราชบัญญัติกฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักรอีกครั้ง
18.15น. - ประกาศฉบับที่ 3
1.ห้ามออกนอกเคหะสถาน 22.00-05.00 ตั้งแต่ 22พค.57 เป็นต้นไป เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
2.ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพรบ.กฏอัยการศึก พศ2457 เข้าปฏิบัติพื้นที่ ในเขตพื้นที่ และระยะเวลาที่กำหนดได้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
18.30 น. - ประกาศ ฉบับที่ 4 การถ่ายทอดออกอากาศของสถานีวิทยุกระจายเสียง สถานีวิทยุโทรทัศน์กระจายเสียง และ สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมและเคเบิ้ล
ประกาศมีเนื้อหาดังนี้
เพื่อความถูกต้อง สามารถติดต่อสื่อสารระหว่างส่วนกลาง และ ส่วนภูมิภาคได้อย่างต่อเนื่อง ทันต่อสถานการณ์ อาศัยอำนาจตามความม. 10 และ ม.11 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 จึงให้สถานีวิทยุกระจายเสียง สถานีวิทยุโทรทัศน์กระจายเสียง สถานนีโทรทัศน์ดาวเทียมและเคเบิ้ล ดำเนินการดังนี้
1.ให้สถานีวิทยุกระจายเสียงทุกสถานีทั้งที่เป็นของราชการและเอกชนงดรายการประจำสถานี และให้ถ่ายทอดกระจายเสียงจากสถานีวิทยุกระจายเสียงของกองทัพบก
2.ให้สถานีวิทยุโทรทัศน์กระจายเสียงทุกสถานีทั้งทีเป็นของทางราชการและเอกชน งดรายการประจำของสถานี และให้ถ่ายทอดออกรายการจากสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก
3.ให้สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม และเคเบิ้ลทุกสถานีงดรายการประจำของสถานี และให้ถ่ายทอดออกรายการจากสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2557
19.10 น. - ประกาศ ฉบับที่ 5
1. รธน. พ.ศ. 2550 สิ้นสุดลงชั่วคราว ยกเว้น หมวด 2 เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์
2. ครม.รักษาการสิ้นสุดลง
3. ส.ว. ยังปฏิบัติหน้าที่ต่อ
4. ศาลยังมีอำนาจพิจารณาคดี
5. องค์กรอิสระและ องค์กรอื่นตาม รธน.ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
19.16 น. - ประกาศ ฉบับที่ 6 แต่งตั้งตำแหน่งสำคัญ ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร เป็นรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย เป็นรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง เป็นรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว เป็นรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
พลเอกอุดมเดช สีตบุตร เป็นเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
19.25 น. - คำสั่ง คสช.1/57 ให้บุคคลมารายงานตัว 18 คน ภายในวันที่ 22 พฤษภาคม
นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล
พงษ์เทพ เทพกาญจนา
จาตุรนต์ ฉายแสง
วิเชษฐ์ เกษมทองศรี
พงศ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล
จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ
เบญจา หลุยเจริญ
สมศักดิ์ ภูรีศรีศักดิ์
ปวีณา หงสกุล
พล.อ.พฤณฑ์ สุวรรณทัต
พ้อง ชีวานันท์
ยรรยงค์ พวงราช
วิศาร เตชะธีรวัฒน์
สนธยา คุณปลื้ม
ประดิษฐ์ สินธวณรงค์
สวรงษ์ เทียนทอง
ประเสริฐ บุญชัยสุข
19.36 น. - ประกาศฉบับที่ 7 ห้ามชุมนุมทางการเมือง ห้ามชุมนุมทางการเมือง 5 คนขึ้นไป เพื่อให้สถานการณ์กลับสู่ปกติโดยเร็ว โทษคุก 1 ปี ปรับ 20,000
20.30 น. - ดวง อยู่บำรุง เผย เฉลิม อยู่บำรุง ถูกทหารควบคุมตัวมาที่ ร.1 รอ.แล้ว @thapanee3miti
20.55 น. - ประกาศฉบับที่ 8 ข้อยกเว้นการห้ามออกนอกเคหสถาน คนเดินทางเข้าออกประเทศ , คนเข้ากะเข้าผลัดโรงงานอุตสาหกรรม , การขนส่งสินค้ากิจการห้องเย็น/สินค้ามีอายุจำกัด ผู้ป่วย
21.00 น. - ประกาศฉบับที่9 ให้สถานศึกษาทุกแห่งหยุดทำการ ตั้งแต่วันที่ 23-25 พ.ค. 2557
23.45 น. - พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก แจ้ง พื้นที่การชุมนุมของกปปส. ผู้ชุมนุมทยอยกลับแล้ว มีบางส่วนที่ขอพำนักจนถึงเช้า เพื่อรอญาติมารับ พื้นที่ถนนอักษะ มีรถให้บริการ 30 คัน เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้ประชาชนได้ทยอยกลับบ้าน ซึ่งขณะนี้ประชาชนเดินทางกลับหมดแล้ว หลังจากนี้จะจัดระเบียบและคืนพื้นผิวจราจร
23.50 น. - ประกาศฉบับที่ 10 ในระหว่างไม่มีผู้ใดดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ให้อำนาจหน้าที่นายกรัฐมนตรี เป็นอำนาจหน้าที่ของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือผู้ที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติมอบหมาย
23.55 น. - ประกาศฉบับที่ 11 การสิ้นสุดรธน. 50 สิ้นสุดลง เว้นหมวดกษัตริย์คงไว้ ครม.รักษาการสิ้นสุด / ส.ว. /ศาล/องค์กรอิสระตาม รธน.คงไว้
23.58 น. - ประกาศฉบับที่ 12 ขอความร่วมมือจากสื่อสังคมออนไลน์ ขอความร่วมมือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ระงับการให้บริการส่งข้อความยั่วยุ เชิงปลุกระดม ต่อต้านการปฎิบัติงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หากฝ่าฝืนจะระงับการบริการและเรียกมาดำเนินคดี

วันที่ 23 พฤษภาคม 2557
0.50 น. -ประกาศฉบับที่ 13 ขอให้บุคคลสำคัญมารายงานตัว ในวันที่ 23 พฤษภาคม 2557 เวลา 13.00 น . ประกอบด้วย หัวหน้าส่วนราชการ และรัฐวิสาหกิจ ปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า ผู้ว่าราชการจังหวัด โดยให้มารายงานตัวตามสถานที่ที่กำหนดไว้
0.57 น.- ประกาศฉบับที่ 14 ห้ามเจ้าของกิจการสื่อ เชิญบุคคลหรือกลุ่มบุคลที่มิได้ดำรงตำแหน่งในปัจจุบันให้สัมภาษณ์ หรือแสดงความคิดเห็น อันก่อให้เกิดความขัดแย้ง หากฝ่าฝืนจะถูกเรียกตัวมาดำเนินคดี / ให้ผู้ว่าราชการ ตำรวจ ระงับการชุมนุมที่ต่อต้านการทำงานของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ
1.00 น. - ประกาศฉบับที่ 15 ระงับการออกอากาศ สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม เคเบิลทีวี ทีวีดิจิทัล วิทยุชุมชนออกอากาศ 25 สถานีป้องกันสร้างความขัดแย้ง
1.10 น. -คำสั่งฉบับที่ 2 เรียกรายงานตัวเพิ่มเติม โดยให้มารายงานตัวในเวลา 10.00น .วันที่ 23 พฤษภาคม 2557
1.35 น. - ประกาศฉบับที่ 16 ให้ปลัดกระทรวงปฎิบัติราชการแทนรัฐมนตรีเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
1.39 น. - ประกาศฉบับที่ 17 เรื่องเผยแพร่ข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต ผู้ให้บริการตรวจสอบเข้มงวด และมารายงานตัวที่ กสทช. พรุ่งนี้ 10.30 น.
1.39 น. - ประกาศฉบับที่ 18 สื่อมวลชนทุกประเภท งดเว้นการนำเสนอข้อความอันเป็นเท็จ
2.00 น. - ประกาศฉบับที่ 19 ให้หัวหน้าส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ ระดับอธิบดีขึ้นไป หรือเทียบเท่า มารายงานตัวที่สโมสรทบ. เวลา 13.30 น. (23 พ.ค.)
08.56 น. คำสั่งฉบับที่ 3 เรียกบุคคลรายงานตัวเพิ่มเติม 114 คน ปรากฎชื่อนายทหารตำรวจ อดีตรมต. แกนนำ คปท. ,นปช. และ กปปส. ที่หอประชุมกองทัพบก เทเวศร์
09.00 น. นายยรรยง พวงราช อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เดินมารายงานตัวเป็นคนแรกตามด้วย พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นางเบญจา หลุยเจริญ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
09.38 น. นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายประชา ประสพดี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มารายงานตัว
9.45 น. น.ส.อัญชลี ไพรีรักษ์ หนึ่งในแกนนำกปปส. ก็ได้เดินทางมารายงานเช่นเดียวกัน ด้านกำลังรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยใช้เจ้าหน้าที่ทหารจากกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ หน่วยเคลื่อนที่เร็วจากกรมทหารเรียบที่ 31 รักษาพระองค์ (อาร์ดีเอฟ) สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจากหน่วยคอมมานโดประจำจุดตรวจรอบกองทัพบกเทเวศน์
11.20 น. ประกาศฉบับที่ 20 เชิญคณะทูตานุทูต ผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารทุกเหล่าทัพ เข้าฟังคำชี้แจง ในวันที่ 23 พ.ค.เวลา 16.00 น. ณ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต
12.00 น . .ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางด้วยรถตู้โฟล์คสีดำ หมายเลขทะเบียน นบ 1 กทม. เข้ารายงานตัวกับ คสช. ที่หอประชุมกองทัพบก เทเวศน์
12.16 น. ประกาศฉบับที่ 21 ห้าม 155 คนที่ถูกหมายเรียกเดินทางออกนอกประเทศ และหากไม่มาตามหมายเรียก จะถูกติดตามจับกุม

วันพุธที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2557

การรัฐประหาร22พฤษภาคม

รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2557
 
 
เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เวลา 16:30 น. โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อันมีประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าคณะ โค่นรัฐบาลรักษาการนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล นับเป็นรัฐประหารครั้งที่ 13 ในประวัติศาสตร์ไทย ก่อนหน้านี้ เกิดรัฐประหารใน พ.ศ. 2549 รัฐประหารดังกล่าวเกิดขึ้นหลังวิกฤตการณ์การเมืองซึ่งเริ่มเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2556 เพื่อคัดค้านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฯ และความเชื่อว่า ดร.ทักษิณ ชินวัตร มีอิทธิพลในการเมืองไทย
ในวันที่ 20 พฤษภาคม ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่เวลา 3.00 น. กองทัพบกตั้งกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส.) และให้ยกเลิกศูนย์อำนายการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กอ.รส. ปิดสื่อ ตรวจพิจารณาเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ต และจัดประชุมเพื่อหาทางออกวิกฤตการณ์การเมืองของประเทศ แต่การประชุมไม่เป็นผล จึงเป็นข้ออ้างรัฐประหารครั้งนี้
หลังรัฐประหาร มีประกาศให้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 สิ้นสุดลงยกเว้นหมวด 2 คณะรัฐมนตรีรักษาการหมดอำนาจ ตลอดจนให้ยุบวุฒิสภา ปัจจุบัน คณะรักษาความสงบแห่งชาติเป็นผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติ และประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้ใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรี คสช. มีการจัดส่วนงานต่าง ๆ เพื่อบริหารราชการแผ่นดิน และระบุว่าจะปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ไม่มีคำมั่นว่าประเทศจะหวนกลับสู่การปกครองโดยพลเรือนโดยเร็ว
หลายประเทศประณามรัฐประหารครั้งนี้ รวมทั้งมีการกดดันต่าง ๆ เช่น ลดกิจกรรมทางทหารและลดความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่คนไทยจำนวนหนึ่งแสดงความยินดี โดยมองว่าเป็นทางออกของวิกฤตการณ์การเมือง แต่ก็มีคนไทยอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วย เนื่องจากไม่เป็นไปตามวิถีประชาธิปไตย